Page Nav

HIDE

Admin Talk

{fbt_classic_header}

Header AD

//

อ่านยัง:

latest

Ads Place


วิธีเขียนกระทู้ธรรม ธ.ศ.ชั้นเอก (สุภาษิตที่ ๖)

<h1>สอนวิธีเขียนเรียงความแก้กระทู้ธรรมชั้นเอก</h1>

<h2>อปฺปมาทรโต ภิกฺขุ  ปมาเท ภยทสฺสิ วา...</h2>

ขุ. ธ. ๒๕/๑๙.

ที่มาของสุภาษิต
( ขุ. ธ. ) = ขุททกนิกาย ธรรมบท

ประเด็นหลักที่ควรต้องอธิบาย
- สังโยชน์ คืออะไร
- สังโยชน์มีเท่าไรอะไร
- ยินดีในความไม่ประมาทย่อมเผาสังโยชน์ได้อย่างไร

แนะนำหลักธรรมมาประกอบอธิบาย
- ศีล สมาธิ ปัญญา
- มรรค์มีองค์ ๘
- สังโยชน์ ๑๐ อย่าง
- เรื่องอื่นๆ (ที่เกี่ยวข้อง)

แนะนำสุภาษิตใช้เชื่อม
อปฺปมตฺตา สตีมนฺโต    สุสีลา โหถ ภิกฺขโว
สุสมาหิตสงฺกปฺปา    สจิตฺตมนุรกฺขถ.
ภิกษุทั้งหลาย! พวกเธอจงเป็นผู้ไม่ประมาท มีสติ
มีศีลดีงาม ตั้งความดำริไว้ให้ดี คอยรักษาจิตของตน.
อปฺปมาทรโต ภิกฺขุ    ปมาเท ภยทสฺสิวา
อภพฺโพ ปริหานาย    นิพฺพานสฺเสว สนฺติเก.
ภิกษุยินดีในความไม่ประมาท หรือเห็นภัยในความประมาท
เป็นผู้ไม่ควรเพื่อจะเสื่อม (ชื่อว่า) อยู่ใกล้พระนิพพาน.
อตฺตนา หิ อตฺตโน นาโถ    โก หิ นาโถ ปโร สิยา
อตฺตนา หิ สทนฺเตน    นาถํ ลภติ ทุลฺลภํ.
ตนแล เป็นที่พึ่งของตน คนอื่น ใครเล่าจะเป็นที่พึ่งได้
ก็บุคคลมีตนฝึกฝนดีแล้ว ย่อมได้ที่พึ่งที่ได้ยาก.
- สุภาษิตอื่นๆ (ไม่บังคับ)

แนวนำมาเขียนอธิบายเนื้อหา

สังโยชน์ คือ กิเลสที่ผูกมัดสัตว์ให้ขมปรักอยู่ในวัฏทุกข์ คือการเวียนว่ายตายเกิดในภพภูมิต่างๆ อย่างไม่รุ้จักจบสิ้น

สังโยชน์ ๑๐ อย่าง ๑. สักกายทิฏฐิ ความเห็นว่าเป็นตัวเป็นตน ๒. วิจิกิจฉา ความลังเลสังสัยไม่แน่ใจ ๓. สีลัพพตปรามาส ความถือมั่นในศีลพรต ๔. กามราคะ ความกำหนัดในกาม ๕. ปฏิฆะ ความกระทบกระทั่งในใจ ๖. รูปราคะ ความติดใจในอารมณ์แห่งรูปฌาน ๗. อรูปราคะ ความติดใจในอารมณ์แห่งอรูปฌาน ๘. มานะ ความสำคัญตน คือถือตัวว่าเป็นนั่นเป็นนี่ ๙. อุทธัจจะ ความฟุ้งซ่าน ๑๐. อวิชชา ความไม่รู้จริง

ผู้ยินดีในความไม่ประมาทย่อมเผาสังโยชน์ได้ คือ เห็นโทษของการเวียนว่ายตายเกิด ว่าเป็นบ่อเกิดแห่งทุกข์แล้ว ย่อมฝึกฝนอบรมตนให้ตั้งอยู่ในมรรคผล ตั้งแต่โสดาปัตติมรรคขึ้นไป จนถึงอรหันตผล ด้วยการตั้งอยู่ในศีล สมาธิ ปัญญา หรือมรรคมีองค์ ๘ เพราะเมื่อบรรลุอรหันตผลได้แล้วย่อมเผาสังโยชน์ทั้งหมดเหล่านั้นไปได้ และย่อมพ้นจากการเวียนว่ายตายเกิดได้

การตั้งความดำริไว้ให้ดี คือ การตั้งความคิดริเริ่มในทางกุศล ที่เรียกว่า สัมมาสังกัปปะ ๓ ประการ คือ ๑.ดำริในการออกจากกาม ๒.ดำริในความไม่พยาบาท ๓.ดำริในการไม่เบียดเบียน

การคอยรักษาจิตของตน คือ การสำรวจอินทรีย์ คือตา หู จมูก ลิ้น กาย ไม่ให้ไปยินดียินร้ายในขณะที่ ตาเห็นรูป หูฟังเสียง จมูกดมกลิ่น ลิ้นลิ้มรส และกายถูกต้องสัมผัส






ไม่มีความคิดเห็น