Page Nav

HIDE

Admin Talk

{fbt_classic_header}

Header AD

//

อ่านยัง:

latest

Ads Place


วิธีเขียนกระทู้ธรรม ธ.ศ.ชั้นเอก (สุภาษิตที่ ๗)

<h1>สอนวิธีเขียนเรียงความแก้กระทู้ธรรมชั้นเอก</h1>

<h2>อปฺปมาทรโต ภิกฺขุ  ปมาเท ภยทสฺสิ วา...</h2>

ขุ. ธ. ๒๕/๑๙.

ที่มาของสุภาษิต
( ขุ. ธ. ) = ขุททกนิกาย ธรรมบท

ประเด็นหลักที่ควรต้องอธิบาย
- ยินดีในความไม่ประมาทคืออย่างไร
- เห็นภัยในความประมาทคืออย่างไร
- ผู้ไม่ควรเพื่อจะเสื่อมได้แก่บุคคลเช่นไร
- ทำอย่างไรถึงจะชื่อว่าอยู่ใกล้พระนิพพาน

แนะนำหลักธรรมมาประกอบอธิบาย
- อินทรีย์ ๖
- มรรค์มีองค์ ๘
- สติปัฏฏฐาน ๔
- เรื่องอื่นๆ (ที่เกี่ยวข้อง)

แนะนำสุภาษิตใช้เชื่อม
อปฺปมตฺตา สตีมนฺโต    สุสีลา โหถ ภิกฺขโว
สุสมาหิตสงฺกปฺปา    สจิตฺตมนุรกฺขถ.
ภิกษุทั้งหลาย! พวกเธอจงเป็นผู้ไม่ประมาท มีสติ
มีศีลดีงาม ตั้งความดำริไว้ให้ดี คอยรักษาจิตของตน.
อปฺปมาทรโต ภิกฺขุ    ปมาเท ภยทสฺสิวา
สญฺโญชนํ อณุํ ถูลํ    ฑหํ อคฺคีว คจฺฉติ.
ภิกษุยินดีในความไม่ประมาท หรือเห็นภัยในความประมาท
ย่อมเผาสังโยชน์น้อยใหญ่ไป เหมือนไฟไหม้เชื้อน้อยใหญ่ไป ฉะนั้น.
อปฺปมาทรตา โหถ    สจิตฺตมนุรกฺขถ
ทุคฺคา อุทฺธรถตฺตานํ    ปงฺเก สนฺโนว กุญฺชโร.
ท่านทั้งหลาย จงยินดีในความไม่ประมาท คอยรักษาจิตของตน
จงถอนตนขึ้นจากหล่มเหมือนช้างที่ตกหล่มถอนตนขึ้น ฉะนั้น.
- สุภาษิตอื่นๆ (ไม่บังคับ)

แนวนำมาเขียนอธิบายเนื้อหา

ความไม่ประมาท หมายถึง ความเป็นอยู่อย่างไม่เลินเล่อเผลอสติ ไม่ลืมตัวมัวเมาจนขาดความรอบคอบหรือความยั้งคิด คนที่ไม่ประมาทจึงมีความสามารถที่จะประคองจิตใจให้ระลึดนึกได้ และรู้ตัวอยู่เสมอว่าขณะนี้ตนกำลังทำ พูด คิดอะไรอยู่

ความประมาท หมายถึง ความเป็นอยู่อย่างปราศจากสติ คนที่ประมาทจึงมักหลงระเริงอยู่กับการกระทำที่มีแต่จะก่อทุกข์ให้ถึงตัว พระพุทธองค์ตรัสสอนให้เราไม่ประมาทในเรื่องใหญ่ๆ อยู่ ๔ เรื่อง คือ ๑.ในการละกายทุจริต ประพฤติกายสุจริต ๒.ในการละวจีทุจริต ประพฤติวจีสุจริต ๓.ในการละมโนทุจริต ประพฤติมโนสุจริต และ ๔.ในการละความเห็นผิด แล้วทำความเห็นให้ถูกต้องตามคลองธรรม

ผู้ยินดีในความไม่ประมาท คือ รู้จักสำรวมอินทรีย์ ๖ คือตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ ไม่ให้ยินดียินร้ายในเวลาเห็นรูป ฟังเสียง ดมกลิ่น เป็นต้น และเห็นโทษของการเวียนว่ายตายเกิด ว่าเป็นบ่อเกิดแห่งทุกข์แล้ว ย่อมฝึกฝนอบรมตนให้ตั้งอยู่ในมรรคผล ตั้งแต่โสดาปัตติมรรคขึ้นไป จนถึงอรหันตผล ด้วยการตั้งอยู่ในศีล สมาธิ ปัญญา หรือมรรคมีองค์ ๘ เพราะเมื่อบรรลุอรหันตผลได้แล้วย่อมเผาสังโยชน์ทั้งหมดเหล่านั้นไปได้ และย่อมพ้นจากการเวียนว่ายตายเกิดได้

เห็นภัยในความประมาท คือ การเห็นโทษอันเกิดจากการไม่สำรวมอินทรีย์ ๖ และการไม่เจริญสติปัฏฐาน ๔ ตลอดถึงไม่ตั้งตนอยู่ในศีล สมาธิ ปัญญาและมรรคมีองค์ ๘

บุคคลผู้ไม่ควรเพื่อจะเสื่อม คือ ผู้ที่สำรวมอินทรีย์ ๖ ตั้งตนอยู่ในศีล สมาธิ ปัญญา ดำเนินตามหลักมรรคมีองค์ ๘ และเจริญสติปัฏฐาน ๔ ตามหลักของวิปัสสนา จนบรรลุมรรคผลในเบื้องต้นคือโสดาปัตติมรรค โสดาปัตติผล ชื่อว่าเป็นผู้ไม่เสื่อม คือผู้เข้าถึงกระแสแห่งพระนิพพาน ไม่เสื่อมจากคุณวิเศษที่ได้ กิเลสที่ละได้แล้วย่อมไม่เกิดขึ้นอีก

เหตุที่ได้ชื่อว่าเข้าใกล้พระนิพพาน คือเพราะเหตุที่บุคคลปฏิบัติจนสามารถบรรลุโสดาบันได้แล้ว ย่อมเป็นผู้ที่จะได้บรรลุพระนิพพานแน่นอนในข้างหน้า จึงได้ชื่อว่า อยู่ใกล้พระนิพพาน






ไม่มีความคิดเห็น