Page Nav

HIDE

Admin Talk

{fbt_classic_header}

Header AD

//

อ่านยัง:

latest

Ads Place


เก็งข้อสอบวิชาธรรม ธ.ศ.ชั้นเอก (ชุดที่ ๑)

<h1/>เก็งข้อสอบวิชาธรรม ธ.ศ.ชั้นเอก ชุดที่ ๑</h1>

เก็งข้อสอบวิชาธรรม ธ.ศ.ชั้นเอก ชุดที่ ๑


๑.     นิพพิทา มีความหมายตรงกับข้อใด
          ก. ความดับทุกข์
          ข. ความหน่ายในทุกข์
          ค. ความหน่ายในอัตภาพ
          ง. ความหน่ายในอาหาร
๒.     สู่ทั้งหลายจงมาดูโลกนี้ คำว่า สู่ทั้งหลาย หมายถึงใคร
          ก. หมู่สัตว์
          ข. หมู่พุทธบริษัท
          ค. หมู่ฆราวาส
          ง. หมู่พระภิกษุ
๓.     พวกผู้รู้หาข้องอยู่ไม่ คำว่า ผู้รู้ หมายถึงใคร
          ก. คนมีการศึกษา
          ข. คนมีวิสัยทัศน์
          ค. คนมีสติ
          ง. คนเห็นโลกตามจริง
๔.     ผู้ข้องอยู่ในโลก มีอาการเช่นใด
          ก. ติดสิ่งล่อใจ
          ข. ติดข่าวสาร
          ค. ติดสิ่งเสพติด
          ง. ติดเพื่อน
๕.     รูป เสียง กลิ่น รส ที่น่าปรารถนา จัดเป็นอะไร
          ก. กิเลสกาม
          ข. วัตถุกาม
          ค. มาร
          ง. กิเลสตัณหา
๖.     เสียงประเภทใด จัดเป็นบ่วงแห่งมาร
          ก. เสียงสรรเสริญ
          ข. เสียงผรุสวาท
          ค. เสียงนินทา
          ง. เสียงมุสวาท
๗.     การสำรวมอินทรีย์ ต้องเริ่มที่ใคร
          ก. พระสงฆ์
          ข. ครูอาจารย์
          ค. ตนเอง
          ง. นักเรียน
๘.     เห็นสังขารอย่างไร จึงหน่ายในทุกข์
          ก. เห็นด้วยตา
          ข. เห็นด้วยสมาธิ
          ค. เห็นด้วยปัญญา
          ง. เห็นด้วยฌาน
๙.     อนิจฺจตา กำหนดรู้ได้ด้วยอาการอย่างไร
          ก. เกิดขึ้นแล้วดับไป
          ข. ไม่อยู่ในอำนาจ
          ค. ทนได้ยาก
          ง. เป็นสภาพคงที่
๑๐.   ทุกฺขตา มีลักษณะเช่นไร
          ก. หาเจ้าของมิได้
          ข. ไม่ใช่ตัวตน
          ค. ไม่เที่ยง
          ง. ทนได้ยาก
๑๑.   ข้อใดจัดเป็นทุกข์ประจำสังขาร
          ก. เกิด แก่ ตาย
          ข. โศกเศร้า
          ค. หิวกระหาย
          ง. เจ็บไข้
๑๒.   ปกิณณกทุกข์ ได้แก่ข้อใด
          ก. เกิด แก่ ตาย
          ข. เสียใจ
          ค. หนาวร้อน
          ง. เจ็บไข้
๑๓.   ข้อใดจัดเป็นนิพัทธทุกข์
          ก. กังวลใจ
          ข. กลัวแพ้คดี
          ค. คับแค้นใจ
          ง. ปวดปัสสาวะ
๑๔.   ข้อใดจัดเป็นสันตาปทุกข์
          ก. ถูกแดดเผา
          ข. ถูกกิเลสเผา
          ค. ถูกไฟเผา
          ง. ถูกความหิวเผา
๑๕.   ข้อใดจัดเป็นวิปากทุกข์
          ก. ค้าความ
          ข. แจ้งความ
          ค. กลัวแพ้คดี
          ง. ถูกจองจำ
๑๖.   เสื่อมยศ จัดเข้าในทุกข์ประเภทใด
          ก. สันตาปทุกข์
          ข. นิพัทธทุกข์
          ค. สหคตทุกข์
          ง. วิวาทมูลกทุกข์
๑๗.   อนัตตลักษณะ ตรงกับข้อใด
          ก. ไม่อยู่ในอำนาจ
          ข. หาเจ้าของมิได้
          ค. แย้งต่ออัตตา
          ง. ถูกทุกข้อ
๑๘.   การไม่เห็นสังขารเป็นอนัตตา เพราะอะไรปิดบังไว้
          ก. นิจจสัญญา
          ข. ฆนสัญญา
          ค. สันตติ
          ง. อิริยาบถ
๑๙.   เห็นสังขารเป็นอนัตตา มีประโยชน์อย่างไร
          ก. ละความอยาก
          ข. ละความถือมั่น
          ค. ละความโกรธ
          ง. ละความโลภ
๒๐.   วิราคะ ตรงกับข้อใด
          ก. สิ้นกิลเส
          ข. สิ้นวัฎฎะ
          ค. สิ้นอาลัย
          ง. สิ้นกำหนัด
๒๑.   คำว่า ธรรมยังความเมาให้สร่างนั้น หมายถึงเมาในอะไร
          ก. ลาภยศสรรเสริญ
          ข. สุราเมรัย
          ค. ความรัก
          ง. สิ่งเสพติดให้โทษ
๒๒.   ข้อใดไม่ใช่ไวพจน์แห่งวิราคะ
          ก. นิพพาน
          ข. นิโรธ
          ค. อโลภะ
          ง. ตัณหักขยะ
๒๓.   เพราะสิ้นกำหนัด จิตย่อมหลุดพ้นจากอะไร
          ก. ตัณหา
          ข. อาสวะ
          ค. ราคะ
          ง. นิวรณ์
๒๔.   วิมุตติข้อใด จัดเป็นโลกิยะ
          ก. ตทังควิมุตติ
          ข. สมุจเฉทวิมุตติ
          ค. ปฏิปัสสัทธิวิมุตติ
          ง. นิสสรณวิมุตติ
๒๕.   วิมุตติข้อใ จัดเป็นโลกุตตระ
          ก. สมุจเฉทวิมุตติ
          ข. ปฏิปัสสัทธิวิมุตติ
          ค. นิสสรณวิมุตติ
          ง. ถูกทุกข้อ
๒๖.   หลุดพ้นด้วยอริยมรรค จัดเป็นวิมุตติใด
          ก. ตทังควิมุตติ
          ข. สมุจเฉทวิมุตติ
          ค. ปฏิปัสสัทธิวิมุตติ
          ง. นิสสรณวิมุตติ
๒๗.   พิจารณาเห็นสังขารเป็นทุกข์ จัดเป็นญาณใด
          ก. อาทีนวญาณ
          ข. อุทยัพพยญาณ
          ค. ภยตูปัฎฐานญาณ
          ง. นิพพิทาญาณ
๒๘.   พิจารณาเห็นสังขารอย่างไร จัดเป็นภยตูปัฎฐานญาณ
          ก. เห็นเป็นทุกข์
          ข. เห็นเป็นของย่อยยับ
          ค. เห็นความเกิดดับ
          ง. เห็นเป็นของน่ากลัว
๒๙.   อริยมรรคข้อใดจัดเข้าในสีลวิสุทธิ
          ก. สัมมาวาจา
          ข. สัมมาวายามะ
          ค. สัมมาสติ
          ง. สัมมาสมาธิ
๓๐.   อริยมรรคข้อใดจัดเข้าในจิตตวิสุทธิ
          ก. สัมมาวาจา
          ข. สัมมากัมมันตะ
          ค. สัมมาอาชีวะ
          ง. สัมมาวายามะ
๓๑.   พิจารณาเห็นสังขารเป็นไตรลักษณ์ จัดเป็นวิสุทธิใด
          ก. สีลวิสุทธิ
          ข. จิตตวิสุทธิ
          ค. ทิฎฐิวิสุทธิ
          ง. กังขาวิตรณวิสุทธิ
๓๒.   ความหมดจดแห่งญาณเป็นเครื่องข้ามความสงสัย จัดเป็นวิสุทธิใด
          ก. สีลวิสุทธิ
          ข. จิตตวิสุทธิ
          ค. ทิฎฐิวิสุทธิ
          ง. กังขาวิตรณวิสุทธิ
๓๓.   สุขอื่นยิ่งกว่าความสงบย่อมไม่มี หมายถึงสงบจากอะไร
          ก. เวรภัย
          ข. กิเลส
          ค. ความวุ่นวาย
          ง. สงคราม
๓๔.   ผู้เพ่งความสงบพึงละโลกามิสเสีย คำว่า โลกามิส หมายถึงอะไร
          ก. กามคุณ
          ข. กามกิเลส
          ค. กามฉันทะ
          ง. กามราคะ
๓๕.   ข้อใดทำให้เกิดสันติภายนอก
          ก. ให้ทาน
          ข. รักษาศีล
          ค. เจริญภาวนา
          ง. เจริญเมตตา
๓๖.   จุดมุ่งหมายสูงสุดของพระพุทธศาสนา คืออะไร
          ก. เกิดในสวรรค์
          ข. เกิดในพรหมโลก
          ค. เข้าถึงนิพพาน
          ง. เข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า
๓๗.   บาลีว่า สพฺเพ ธมฺมา อนตฺตาติ ยืนยันนิพพานว่า
          ก. เป็นอนัตตา
          ข. เป็นอัตตา
          ค. เป็นสภาวะสูญ
          ง. เป็นสภาวะเที่ยง
๓๘.   ปฏิบัติอย่างไรชื่อว่าเข้าใกล้นิพพาน
          ก. รักษาศีลประจำ
          ข. ฟังธรรมเป็นนิตย์
          ค. ฝึกจิตสม่ำเสมอ
          ง. เห็นภัยในความประมาท
๓๙.   คำว่า นิพพานมิใช่โลกนี้หรือโลกอื่นนั้น ส่องความว่านิพพานเป็น
          ก. โลกทิพย์
          ข. โลกพิเศษ
          ค. โลกสมมติ
          ง. ไม่มีข้อถูก
๔๐.   ข้อใดกล่าวถึงสอุปาทิเสสนิพพานได้ถูกต้อง
          ก. ปฏิบัติเพื่อละกิเลส
          ข. สิ้นกิเลส สิ้นชีวิต
          ค. สิ้นกิเลส มีชีวิตอยู่
          ง. มีกิเลส มีชีวิตอยู่
๔๑.   การบรรลุนิพพานมีผลอย่างไร
          ก. เพลิดเพลินอย่างยิ่ง
          ข. เป็นสุขอย่างยิ่ง
          ค. ยินดีอย่างยิ่ง
          ง. รื่นรมย์อย่างยิ่ง
๔๒.   สมถกัมมัฎฐาน มีความหมายตรงกับข้อใด
          ก. การกำจัดกิเลส
          ข. การละสังโยชน์
          ค. การรู้แจ้งเห็นจริง
          ง. การทำใจให้สงบ
๔๓.   ข้อใดเป็นมูลกัมมัฎฐาน
          ก. ดิน น้ำ ลม ไฟ
          ข. รูป เสียง กลิ่น รส
          ค. ผม ขน เล็บ ฟัน หนัง
          ง. ตา หู จมุก ลิ้น กาย
๔๔.   การเจริญมูลกัมมัฎฐาน กำจัดนิวรณ์ใด
          ก. กามฉันทะ
          ข. พยาบาท
          ค. ถีนมิทธะ
          ง. วิจิกิจฉา
๔๕.   คนโกรธง่าย ควรเจริญกัมมัฎฐานข้อใด
          ก. กายคตาสติ
          ข. อสุภกัมมัฎฐาน
          ค. เมตตาหรหมวิหาร
          ง. อานาปานัสสติ
๔๖.   คนรักง่ายหน่ายเร็ว ควรเจริญกัมมัฎฐานข้อใด
          ก. สีลานุสสติ
          ข. อสุภกัมมัฎฐาน
          ค. เมตตาพรหมวิหาร
          ง. กสิน
๔๗.   การเจริญมรณัสสติ มีประโยชน์อย่างไร
          ก. เกิดความไม่ประมาท
          ข. เกิดความทุกข์
          ค. เกิดความวางเฉย
          ง. เกิดความสลดใจ
๔๘.   เห็นแจ้งอะไร จัดเป็นวิปัสสนา
          ก. รูป
          ข. นาม
          ค. เวทนา
          ง. นามรูป
๔๙.   ข้อใเป็นอารมณ์ของวิปัสสนา
          ก. พรหมวิหาร
          ข. นามรูป
          ค. อสุภะ
          ง. กสิน
๕๐.   พิจารณากายอย่างไร จึงจัดเป็นวิปัสสนา
          ก. ปฏิกูล
          ข. ไม่สะอาด
          ค. น่าเกลียด
          ง. ไม่เที่ยง




ไม่มีความคิดเห็น