เก็งข้อสอบนักธรรมชั้นตรี - วิชาพุทธะ [พระเณร]

<h1>เก็งข้อสอบวิชาพุทธประวัติ นักธรรมชั้นตรี,เก็งข้อสอบนักธรรมชั้นตรี,แนวข้อสอบวิชาพุทธประวัติชั้นตรี</h1>



เก็งข้อสอบวิชาพุทธประวัติ นักธรรมชั้นตรี ติวเข้มเตรียมสอบธรรมสนามหลวง
{getButton} $text={บทนำ} $color={#009933}
๑. พุทธประวัติคืออะไร ? มีความสำคัญอย่างไรจึงต้องเรียนรู้
คือ เรื่องที่พรรณนาความเป็นไปของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ฯ
มีความสำคัญในการศึกษาและปฏิบัติพระพุทธศาสนา เพราะแสดงพระพุทธจริยาให้ปรากฏ ฯ
๒. การเรียนพุทธประวัติได้ประโยชน์อย่างไร ?
ได้ประโยชน์ ๒ ประการ คือ
๑. ในด้านการศึกษา ทำให้ทราบความเป็นมาของพระพุทธเจ้า เช่นเดียวกับการศึกษาความเป็นมาของชาติตน ทำให้บุคคลได้ทราบว่าชาติของตนเป็นมาอย่างไร มีความสำคัญอย่างไร เป็นต้น
๒. ในด้านปฏิบัติ ทำให้บุคคลได้แนวในการดำเนินชีวิตตามพระพุทธจริยา อันเป็นปฏิปทานำความสุข ความเจริญมาให้แก่บุคคลตามสมควรแก่การประพฤติปฏิบัติ ฯ


{getButton} $text={ชมพูทวีปและประชาชน} $color={#009933}
๑. คนในชมพูทวีปแบ่งออกเป็นกี่วรรณะ ? วรรณะกษัตริย์ มีหน้าที่ทำอะไร ?
แบ่งเป็น ๔ วรรณะ ฯ
วรรณะกษัตริย์ มีหน้าที่รักษาบ้านเมือง ฯ
๒. วรรณะทั้ง ๔ มีหน้าที่ต่างกันอย่างไร ?
มีหน้าที่ต่างกันอย่างนี้
๑. กษัตริย์ มีหน้าที่รักษาบ้านเมือง
๒. พราหมณ์ มีหน้าที่ฝึกสอนและทำพิธี
๓. แพศย์ มีหน้าที่ทำนาค้าขาย
๔. ศูทร มีหน้าที่รับจ้างใช้แรงงาน ฯ
๓. ชมพูทวีปแบ่งเป็น ๒ ส่วนใหญ่ มีอะไรบ้าง ?
คือ มัชฌิมชนบท และปัจจันตชนบท ฯ
๔. ประชาชนในชมพูทวีป มีกี่จำพวก ? จำพวกไหนบ้าง ?
มี ๒ จำพวก คือ
๑. มิลักขะ เจ้าของถิ่นเดิม
๒. อริยกะ พวกที่อพยพมาใหม่ ฯ
๕. ศากยวงศ์สืบเชื้อสายมาจากชนชาติใด ? ชนชาตินั้นมาตั้งถิ่นฐานในชมพูทวีปได้อย่างไร ?
สืบเชื้อสายมาจากชนชาติอริยกะ ฯ
ชาวอริยกะนั้นเป็นผู้เจริญด้วยความรู้และขนมธรรมเนียม มีอำนาจมากกว่าพวกมิลักขะเจ้าของถิ่นเดิม เมื่อข้ามภูเขาหิมาลัยมาก็รุกไล่พวกมิลักขะเจ้าของถิ่นเดิมให้ถอยร่นลงมา ทางใต้ แล้วเข้าตั้งถิ่นฐานในชมพูทวีปแทน ฯ


{getButton} $text={พระศาสดาประสูติ} $color={#009933}
๑. พระมหาบุรุษประสูติที่ไหน ? เมื่อไหร่ ?
ลุมพินีวัน ระหว่างกรุงกบิลพัสดุ์กับกรุงเทวหะ ฯ
เมื่อวันเพ็ญเดือน ๖ ก่อนพุทธศักราช ๘๐ ปี ฯ
๒. เมื่อเจ้าชายสิทธัตถะประสูติได้ ๕ วัน พระราชบิดาโปรดให้ทำอะไรบ้าง ?
ทรงโปรดให้ชุมนุมพระญาติวงศ์ และเสนาอำมาตย์ พร้อมกับเชิญพราหมณ์ ๑๐๘ คนมาฉันโภชนาหาร แล้วทำมงคลรับพระลักษณะ และขนานพระนามว่า สิทธัตถกุมาร ฯ
๓. เมื่อพระมหาบุรุษมีพระชนมายุได้ ๗ ปี ๑๖ ปี ๒๙ ปี มีเหตุการณ์สำคัญเกิดแก่พระองค์อะไรบ้าง ?
เมื่อพระชนมายุได้ ๗ ปี พระราชบิดาสั่งให้ขุดสระโบกขณี ๓ สระในพระราชวังให้เป็นที่เล่นสำราญแก่พระองค์ ฯ
เมื่อพระชนมายุได้ ๑๖ ปี พระราชบิดาตรัสสั่งให้สร้างปราสาท ๓ หลัง เพื่อเป็นที่เสด็จอยู่ในสามฤดู และตรัสขอพระนางยโสธรามาอภิเษกเป็นพระชายา ฯ
เมื่อพระชนมายุได้ ๒๙ ปี ได้พระโอรสพระนามว่าพระราหุลกุมาร และเสด็จออกบรรพชา ฯ
๔. ภายใน ๗ วัน หลังจากสิทธัตถะราชกุมารประสูติ มีเหตุการณ์สำคัญเกิดแก่พระองค์อะไรบ้าง ?
๑) เมื่อประสูติแล้วใหม่ๆ อสิตดาบสเข้าไปเฝ้าเยี่ยมและทำนายพระลักษณะ
๒) วันที่ ๕ พระเจ้าสุทโธทนะเชิญพราหมณ์ ๑๐๘ คนมาฉันโภชนาหาร และขนานพระนามพระราชกุมารว่า สิทธัตถกุมาร
๓) วันที่ ๗ พระราชมารดาทิวงคต ฯ
๕. อสิตดาบสได้ทำนายสิทธัตถกุมารไว้อย่างไร ?
ทำนายไว้ว่า ถ้าอยู่ครองสมบัติ จักได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ และถ้าออกบวช จักได้เป็นพระศาสดาเอกในโลก ฯ


{getButton} $text={เสด็จออกบรรพชา} $color={#009933}
๑. เจ้าชายสิทธัตถะทรงปรารภถึงอะไร จึงเสด็จออกบรรพชา ? และทรงบรรพชาได้กี่ปีจึงตรัสรู้ ?
ทรงปรารภถึง ความแก่ ความเจ็บ ความตาย และสมณะ ฯ
ทรงบรรพชาได้ ๖ ปี จึงตรัสรู้ ฯ
๒. เทวทูต ๔ ที่เจ้าชายสิทธัตถะทรงเห็นคืออะไรบ้าง ? ทรงเห็นแล้วมีพระดำริอย่างไร ?
คือ คนแก่ คนเจ็บ คนตาย และสมณะ ฯ
ทรงมีพระดำริว่า บุคคลทั่วไปถูกความเจ็บ ความแก่ ความตายครอบงำไม่ล่วงพ้นไปได้ ถึงพระองค์เองก็มีอย่างนั้นเป็นธรรมดา ควรแสวงหาอุบาย เครื่องพ้น แต่ฆราวาสเป็นที่คับแคบ ดุจเป็นทางที่มาแห่งธุลี บรรพชาเป็นช่องว่า พอที่จะแสวงหาอุบายนั้นได้ จึงน้อมพระหฤทัยไปในบรรพชา ฯ
๓. พระพุทธเจ้าเสด็จออกบรรพชา ตรัสรู้ และปรินิพพาน เมื่อมีพระชนมายุเท่าไรบ้าง ?
เสด็จออกบรรพชา เมื่อมีพระชนมายุ ๒๙ ปี
ตรัสรู้ เมื่อมีพระชนมายุ ๓๕ ปี
ปรินิพพาน เมื่อมีพระชนมายุ ๘๐ ปี ฯ


{getButton} $text={ตรัสรู้} $color={#009933}
๑. พระพุทธเจ้าตรัสรู้และปรินิพพาน เมื่อมีพระชนมายุเท่าไร ?
ตรัสรู้ เมื่อมีพระชนมายุ ๓๕ ปี และปรินิพพาน เมื่อมีพระชนมายุ ๘๐ ปี ฯ
๒. ทุกรกิริยา คืออะไร ? พระมหาบุรุษทรงบำเพ็ญทุกรกิริยาด้วยอาการอย่างไรบ้าง ?
ทุกรกิริยา คือ การทรมานกายให้ลำบาก ฯ ทรงบำเพ็ญทุกรกิริยา ๓ วาระ ดังนี้
วาระที่ ๑ ทรงกดพระทนต์ด้วยพระทนต์ (กัดฟัน) กดพระตาลุด้วยพระชิวหา (เอาลิ้นดุนเพดาน)ไว้จนแน่นจนพระเสโท (เหงื่อ) ไหลออกจากพระกัจฉะ (รักแร้)
วาระที่ ๒ ทรงผ่อนกลั้นลมหายใจเข้าออก
วาระที่ ๓ ทรงอดพระกายาหาร ฯ
๓. พระมหาบุรุษทรงบำเพ็ญทุกรกิริยา ณ ที่ไหน ? ผู้ที่รู้เห็นเป็นพยานคือใคร ?
ณ ตำบลอุรุเวลาเสนานิคม แคว้นมคธ ฯ
พยานคือ พระปัญจวัคคีย์ทั้ง ๕ ฯ
๔. ปัญจวัคคีย์ คือใคร ? มีความเกี่ยวข้องกับพระพุทธเจ้าขณะที่ยังทรงบำเพ็ญทุกรกิริยาอย่างไร ?
คือ นักบวชกลุ่มหนึ่ง มีทั้งหมด ๕ คน มีท่านโกณฑัญญะเป็นหัวหน้า ฯ
ได้ตามเสด็จ คอยอุปัฏฐากรับใช้อยู่ตลอดเวลา ฯ
๕. การที่พระมหาบุรุษทรงเลิกบำเพ็ญทุกรกิริยานั้น เพราะเหตุไร ?
เพราะทรงดำริว่า ทุกรกิริยาที่ทรงบำเพ็ญนั้นจะยิ่งไปกว่านี้ไม่มี แต่ก็ไม่เป็น ทางให้ตรัสรู้ การบำเพ็ญเพียรทางจิตจักเป็นทางตรัสรู้ได้กระมัง แต่คนซูบ ผอมเช่นนี้ไม่สามารถทำได้ จึงทรงเลิกบำเพ็ญทุกรกิริยา กลับมาเสวยพระกายาหารตามปกติ ฯ


{getButton} $text={เสวยวิมุตติสุข} $color={#009933}
๑. ปัญจวัคคีย์ได้แก่ใครบ้าง ? ท่านเหล่านั้นอุปสมบทด้วยวิธีอะไร ?
ได้แก่ พระอัญญาโกณฑัญญะ พระวัปปะ พระภัททิยะ พระมหานามะ และพระอัสสชิ ฯ อุปสมบทด้วยวิธี เอหิภิกขุอุปสัมปทา ฯ
๒. พระพุทธเจ้าทรงแสดงปฐมเทศนาแก่ใคร และบังเกิดผลเลิศอย่างไร ?
แก่พระปัญจวัคคีย์ ฯ
บังเกิดผลเลิศ คือพระอัญญาโกณฑัญญะได้ดวงตาเห็นธรรมแล้วทูลขอบรรพชา ฯ
๓. เทศนากัณฑ์แรกชื่ออะไร ? พระพุทธเจ้าทรงแสดงแก่ใคร ?
ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร ฯ
แก่พระปัญจวัคคีย์ ฯ
๔. บุคคลผู้แสดงตนเป็นอุบาสกด้วยการถึงรัตนะ ๒ และรัตนะ ๓ คนแรกคือใคร ?
ผู้ถึงรัตนะ ๒ คือ ตปุสสะและภัลลิกะ ฯ
ผู้ถึงรัตนะ ๓ คือ บิดาพระยสะ ฯ
๕. อนัตตลักขณะสูตร ว่าด้วยเรื่องอะไร ? ทรงแสดงเมื่อไหร่ ? ผลเป็นอย่างไร ?
ว่าด้วยเรื่อง ขันธ์ ๕ เป็นอนัตตา ฯ
แสดงเมื่อวันแรม ๕ ค่ำ เดือน ๘ ฯ
ผลคือ จิตของพระปัญจวัคคีย์ทั้ง ๕ พ้นแล้วจากอาสวะ เป็นพระอรหันต์ ฯ
๖. พระกายาหารมื้อแรกของพระพุทธเจ้าหลังจากตรัสรู้คืออะไร ? ใครถวาย ?
คือ ข้าวสัตตุผง ข้าวสัตตุก้อน ฯ
พ่อค้า ๒ คน ชื่อตปุสสะ และภัลลิกะ ฯ


{getButton} $text={ประกาศพระศาสนา} $color={#009933}
๑. คำพูดที่ว่า “ที่นี่วุ่นวายหนอ ที่นี่ขัดข้องหนอ” เป็นคำพูดของใคร ? พราะเหตุไรจึงพูดเช่นนั้น ?
ของยสกุลบุตร ฯ
เพราะเกิดความเบื่อหน่าย ด้วยเห็นพวกบริวารนอนหลับ มีอาการพิกลต่างๆ ฯ
๒. อนุปุพพีกถา ๕ ว่าด้วยเรื่องอะไร ? ทรงแสดงครั้งแรกแก่ใคร ?
ว่าด้วย เรื่องทาน ศีล สวรรค์ โทษของกามและอนิสงส์แห่งการออกจากกาม ฯ ทรงแสดงครั้งแรกแก่ ยสกุลบุตร ฯ
๓. ฆราวาสที่บรรลุพระอรหันต์คนแรกคือใคร ? เพราะฟังธรรมอะไร ?
คือ ยสกุลบุตร ฯ
เพราะฟังอนุปุพพีกถา และอริยสัจ ๔ ฯ
๔. พระพุทธเจ้าทรงแสดงอาทิตตปริยายสูตรแก่ใคร ? ที่ไหน ?
แก่ชฏิล ๓ พี่น้อง และบริวาร ๑,๐๐๐ คน ฯ
แสดงที่ตำบลคยาสีสะ ใกล้แม่น้ำคยา ฯ


{getButton} $text={เสด็จกรุงราชคฤห์} $color={#009933}
๑. พระสารีบุตร พระโมคคัลลานะ ได้ดวงตาเห็นธรรม เพราะฟังธรรมจากใคร ?
พระสารีบุตรฟังธรรมจากพระอัสสชิ,
พระโมคคัลลานะฟังธรรมจากพระสารีบุตร ฯ
๒. คำว่า ดวงตาเห็นธรรม นั้นคือเห็นว่าอย่างไร ?
คือ เห็นว่าสิ่งใดสิ่งหนึ่งมีความเกิดขึ้นเป็นธรรมดา สิ่งนั้นทั้งหมดล้วนมีความดับไปเป็นธรรมดา ฯ
๓. พระอัครสาวกทั้ง ๒ องค์สำเร็จเป็นพระโสดาบัน เพราะฟังธรรมจากใคร ?
พระสารีบุตร ฟังธรรมจากพระอัสสชิเถระ,
พระโมคคัลลานะ ฟังธรรมจากพระสารีบุตร ฯ


{getButton} $text={บำเพ็ญพุทธกิจในแคว้นมคธ} $color={#009933}
๑. พระพุทธเจ้าทรงเลือกแคว้นมคธเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธศาสนาเป็นแห่งแรก เพราะเหตุไร ?
เพราะแคว้นมคธ เป็นแคว้นใหญ่มีอำนาจและบริบูรณ์ด้วยสมบัติมี ประชาชนมาก มีเจ้าลัทธิมาก จึงทรงเลือก ฯ
๒. จตุรงคสันนิบาต คือ การประชุมที่ประกอบด้วยองค์อะไรบ้าง ?
ด้วยองค์ ๔ คือ
๑) พระสาวก ๑,๒๕๐ รูป ที่มาประชุมนั้น ล้วนเป็นพระอรหันต์
๒) ทุกท่านล้วนได้รับการบวชด้วยวิธีเอหิภิกขุอุปสัมปทา
๓) ไม่ได้มีการนัดหมาย ต่างมาประชุมพร้อมกันเอง
๔) วันนั้นเป็นวันเพ็ญเดือนมาฆะ (เดือน ๓) และพระศาสดาประทานพระบรมพุทโธวาท ซึ่งเรียกว่า โอวาทปาฎิโมกข์ ฯ


{getButton} $text={ปรินิพพาน} $color={#009933}
๑. ใครถวายบิณฑบาตแด่พระพุทธองค์ก่อนตรัสรู้ และก่อนปรินิพพาน ?
ก่อนตรัสรู้ คือ นางสุชาดา และก่อนปรินิพพาน คือ นายจุนทะ ฯ
๒. สถานที่ถวายพระเพลิงพระพุทธสรีระ ชื่อว่าอะไร ? ตั้งอยู่ในเมืองอะไร ?
ชื่อว่า มกุฏพันธนเจดีย์ ฯ ตั้งอยู่ที่เมืองกุสินารา ฯ
๓. สังเวชนียสถาน ๔ ได้แก่ที่ใดบ้าง ?
ได้แก่
๑) สถานที่ประสูติ
๒) สถานที่ตรัสรู้
๓) สถานที่แสดงปฐมเทศนา
๔) สถานที่ปรินิพพาน ฯ
๔. สถานที่ต่อไปนี้เกี่ยวข้องกับพระบรมศาสดาอย่างไร  ๑.ลุมพินีวัน  ๒.อิสิปตนมฤคทายวัน  ๓.ลัฏฐิวัน  ๔.เวฬุวัน  ๕.สาลวัน ?
๑) ลุมพินีวัน เป็นสถานที่ประสูติ
๒) อิสิปตนมฤคทายวัน เป็นสถานที่แสดงปฐมเทศนาโปรดพระปัญจวัคคีย์
๓) ลัฏฐิวัน เป็นสถานที่ทรงแสดงธรรมเทศนาโปรดพระเจ้าพิมพิสาร และบริวารจนสำเร็จเป็นพระโสดาบัน
๔) เวฬุวัน เป็นสถานที่ทรงแสดงโอวาทปาติโมกข์
๕) สาลวัน เป็นสถานที่ทรงแสดงมรรคมีองค์ ๘ แก่สุภัททปริพาชก และเป็นสถานที่เสด็จดับขันธปรินิพพาน ฯ
๕. ถูปารหบุคคล คือบุคคลเช่นไร ? ได้แก่ใครบ้าง ?
คือ บุคคลที่ควรแก่การบรรจุอัฐิธาตุไว้ในสถูปเพื่อเป็นที่กราบไหว้สักการะบูชา ฯ
ได้แก่ ๑) พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ๒) พระปัจเจกพุทธเจ้า ๓) พระอรหันตสาวก ๔) พระเจ้าจักรพรรดิราช ฯ
๖. พระพุทธเจ้าทรงสรรเสริญปฏิบัติบูชายิ่งกว่าอามิสบูชา เพราะเหตุไร ?
เพราะเมื่อพุทธบริษัทปฏิบัติธรรมได้สมควรแก่ธรรมแล้ว ก็จะเป็นปัจจัยให้ตรัสรู้ธรรมได้ทั้งเป็นจุดมุ่งหมายสูงสุดในพระพุทธศาสนา และเป็นพระพุทธประสงค์หลักในการเผย แผ่พระพุทธศาสนา อีกทั้งการปฏิบัตินี้จะทำให้ศาสนาตั้งมั่นอยู่ได้ยืนนาน ฯ


{getButton} $text={ศาสนพิธี} $color={#009933}
๑. ศาสนพิธี คืออะไร ? ผู้ที่ได้เรียนรู้แล้วได้รับประโยชน์อย่างไรบ้าง ?
ศาสนพิธี คือ แบบอย่างหรือแบบแผนต่างๆ ที่พึงปฏิบัติในทางพระศาสนา ฯ
ย่อมได้รับประโยชน์ คือ เป็นผู้ฉลาดในพิธีกรรมที่เกี่ยวด้วยการบำเพ็ญกุศล การทำบุญ และการถวายทาน สามารถจัดพิธีต่างๆ ได้ถูกต้องตามระเบียบแบบแผน ชื่อว่าเป็นผู้รักษาขนบประเพณีอันงดงามของพระศาสนาไว้ได้ด้วย ฯ
๒. ศาสนพิธี คืออะไร ? มีหมวดอะไรบ้าง ?
ศาสนพิธี คือระเบียบแบบอย่างหรือแบบแผนต่างๆ ที่พึงปฏิบัติในทางศาสนาโดยเฉพาะพระพุทธศาสนา ฯ มี ๔ หมวด คือ
๑. หมวดกุศลพิธี
๒. หมวดบุญพิธี
๓. หมวดทานพิธี
๔. หมวดปกิณกพิธี ฯ


{getButton} $text={หมวดกุศลพิธี} $color={#009933}
๑. วันสำคัญทางพระพุทธสาสนา กำหนดไว้กี่วัน ? มีวันอะไรบ้าง ?
กำหนดไว้ ๔ วัน คือ
๑. วันวิสาขบูชา
๒. วันอัฏฐมีบูชา
๓. วันอาสาฬหบูชา
๔. วันมาฏบูชา
๒. การแสดงตนเป็นพุทธมามกะ คืออะไร ?
คือ การประกาศตนว่าเป็นผู้ถึงพระพุทธเจ้าว่าเป็นที่พึ่ง ฯ
๓. พุทธมามกะ หรือพุทธมามิกา หมายถึงบุคคลเช่นไร ?
หมายถึง บุคคลผู้เป็นชายหรือหญิงผู้รับนับถือพระพุทธเจ้าเป็นของตน เป็นการยอมรับนับถือพระพุทธศาสนาประจำชีวิตของตนนั่นเอง ฯ
๔. วันแรม ๘ ค่ำ เดือน ๖ เป็นวันอะไร ? มีเหตุการณ์สำคัญอะไรเกิดขึ้น ?
เป็นวันอัฏฐมีบูชา ฯ
เป็นวันถวายพระเพลิงพุทธสรีระ ฯ
๕. ตามหลักศาสนพิธี เจ้าภาพพึงกรวดน้ำและประนมมือรับพรตอนไหน ?
เมื่อพระสงฆ์เริ่มสวดอนุโมทนาบทว่า ยถา วาริวหา ฯ เจ้าภาพพึงกรวดน้ำ ไม่ใช้นิ้วมือรอง เวลารินไม่ให้น้ำขาดสาย และพอบทขึ้น สพฺพีติโย ฯ รินน้ำให้หมดแล้ว ประนมมือรับพรต่อไปจนจบ ฯ


{getButton} $text={หมวดบุญพิธี} $color={#009933}
๑. บุญพิธีมีกี่อย่าง ? อะไรบ้าง ?
บุญพิธีมี ๒ อย่าง ฯ
คือ ๑.การทำบุญงานมงคล และ ๒.การทำบุญงานอวมงคล ฯ
๒. คำว่า "เจริญพระพุทธมนต์ กับ สวดพระพุทธมนต์" ใช้ในพิธีต่างกันอย่างไร ?
คำว่า เจริญพระพุทธมนต์ ใช้ในพิธีมงคล ส่วนคำว่า สวดพระพุทธมนต์ ใช้ในงานพิธีอวมงคล ฯ


{getButton} $text={หมวดทานพิธี} $color={#009933}
๑. ปาฏิบุคคลิกทานต่างจากสังฆทานอย่างไร ?
ปาฏิบุคคลิกทาน คือทานที่ถงวายเจาะจงเฉพาะพระรูปนั้นรูปนี้ ฯ
สังฆทาน คือทานที่ถวายไม่เจาะจงพระรูปใด มอบเป็นของกลางแก่หมู่สงฆ์ ฯ


{getButton} $text={ปกิณกะ} $color={#009933}
๑. การแสดงความเคารพพระสงฆ์มีกี่วิธี ? อะไรบ้าง ?
มี ๓ วิธี ฯ คือ
๑. ประนมมือ เรียกว่า อัญชลี
๒. ไหว้ เรียกว่า นมัสการ
๓. กราบ เรียกว่า อภิวาท
๒. การประเคนของถวายพระ มีวิธีปฏิบัติอย่างไร ?
มีวิธีปฏิบัติการประเคน ๕ ประการ คือ ฯ
๑. ของที่พึงประเคนนั้นไม่ใหญ่โตหรือหนักเกินไป พอคนปานกลางยกได้คนเดียว
๒. ผู้ประเคนเข้ามาในหัตถบาส
๓. เขาน้อมเข้ามา
๔. กิริยาที่น้อมเข้ามาให้ ด้วยกายก็ได้ ด้วยของเนื่องด้วยกายก็ได้
๕. ภิกษุรับด้วยกายก็ได้ รับด้วยของเนื่องด้วยกายก็ได้
๓. คำอาราธนาเบญจศีล ว่าอย่างไร ?
มะยัง ภันเต, วิสุง วิสุง รักขะนัตถายะ, ติสะระเณนะ สะหะ ปัญจะสีลานิ ยาจามะ ฯ
ทุติยัมปิ มะยัง ภันเต, วิสุง วิสุง รักขะนัตถายะ, ติสะระเณนะ สะหะ ปัญจะสีลานิ ยาจามะ ฯ
ตติยัมปิ มะยัง ภันเต, วิสุง วิสุง รักขะนัตถายะ, ติสะระเณนะ สะหะ ปัญจะสีลานิ ยาจามะ ฯ
๔. จงเขียนคำอาราธนาพระปริตร มาดู
วิปัตติปฏิพาหายะ สัพพะสัมปัตติสิทธิยา สัพพะทุกขะวินาสายะ ปริตตัง พรูถะ มังคลัง ฯ
วิปัตติปฏิพาหายะ สัพพะสัมปัตติสิทธิยา สัพพะภะยะะวินาสายะ ปริตตัง พรูถะ มังคลัง ฯ
วิปัตติปฏิพาหายะ สัพพะสัมปัตติสิทธิยา สัพพะโรคะวินาสายะ ปริตตัง พรูถะ มังคลัง ฯ

แสดงความคิดเห็น

ใหม่กว่า เก่ากว่า

ads

ads