เก็งข้อสอบวิชาธรรม นักธรรมชั้นตรี 2569 | แนวข้อสอบเตรียมสอบธรรมสนามหลวง


เก็งข้อสอบธรรมสนามหลวง
วิชาธรรมวิภาค นักธรรมชั้นตรี
ประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๙
มีทั้งหมด ๓๕ ข้อดังนี้ครับ
๑.
ธรรมที่ได้ชื่อว่ามีอุปการะมาก คือธรรมอะไร ? เพราะเหตุไรจึงจัดว่ามีอุปการะมาก ?
ต/
คือ สติ ความระลึกได้ สัมปชัญญะ ความรู้ตัว ฯ
ที่ว่ามีอุปการะมากนั้น เพราะว่าทำให้เป็นผู้ไม่ประมาทในการทำกิจการงานใด ๆ และเป็นอุปการะให้ธรรมเหล่าอื่นเกิดขึ้น ฯ
๒.
ก่อนทำงานและขณะทำงาน เวลาไหนให้ใช้สติ เวลาไหนให้ใช้สัมปชัญญะ ?
ต/
สติ ความระลึกได้ ให้ใช้ก่อนทำ สัมปชัญญะ ความรู้ตัว ให้ใช้ขณะทำ ฯ
๓.
ธรรมอะไร สามารถคุ้มครองโลกให้อยู่ร่มเย็นเป็นสุขได้ ?
ต/
ธรรมคุ้มครองโลก ๒ อย่าง คือ
๑. หิริ ความละอายต่อบาป
๒. โอตตัปปะ ความเกรงกลัวต่อผลของบาป ฯ
๔.
บุคคลคิดอย่างไรชื่อว่ามีหิริ คิดอย่างไรชื่อว่ามีโอตตัปปะ ?
ต/
คิดละอายต่อบาป ชื่อว่ามีหิริ คิดเกรงกลัวต่อบาป ชื่อว่ามีโอตตัปปะ ฯ
๕.
ธรรมที่ทำให้บุคคลงาม คือธรรมอะไรบ้าง ?
ต/
ธรรมที่ทำให้บุคคลงาม คือ ๑. ขันติ ความอดทน ๒. โสรัจจะ ความสงบเสงี่ยม ฯ
๖.
ในทางพระพุทธศาสนา ท่านสอนให้ดูคนงามกันที่ไหน ?
ต/
ในทางพระพุทธศาสนา ดูคนงามกันที่มีคุณธรรมอันทำให้งาม ๒ ประการ คือ ขันติ ความอดทน และโสรัจจะ ความสงบเสงี่ยม ฯ
๗.
รัตนะ ๓ มีอะไรบ้าง ? มีคุณอย่างไร ?
ต/
มี พระพุทธเจ้า ๑ พระธรรม ๑ พระสงฆ์ ๑ ฯ
มีคุณอย่างนี้ คือ
๑. พระพุทธเจ้ารู้ดีรู้ชอบด้วยพระองค์เองก่อนแล้วสอนผู้อื่นให้รู้ตาม
๒. พระธรรมย่อมรักษาผู้ปฏิบัติไม่ให้ตกไปในที่ชั่ว
๓. พระสงฆ์ปฏิบัติชอบตามคำสอนของพระพุทธเจ้าแล้วสอนผู้อื่นให้ทำตาม ฯ
๘.
พระรัตนตรัย กับไตรสรณคมน์ เป็นอย่างเดียวกัน หรือต่างกันอย่างไร ?
ต/
ต่างกันอย่างนี้ คือ
พระรัตนตรัย ได้แก่หมวด ๓ แห่งรัตนะ คือ พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์
ส่วนไตรสรณคมน์ ได้แก่การถึง (เข้าถึง) พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เป็นสรณะ ฯ
๙.
พระธรรม คืออะไร ? มีคุณอย่างไร ?
ต/
พระธรรม คือคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ฯ มีคุณ คือรักษาผู้ปฏิบัติไม่ให้ตกไปในที่ชั่ว ฯ
๑๐.
มูลเหตุที่ทำให้คนทำความชั่ว เรียกว่าอะไร ? มีอะไรบ้าง ?
ต/
เรียกว่า อกุศลมูล ฯ
มี ๑. โลภะ อยากได้ ๒. โทสะ คิดประทุษร้าย ๓. โมหะ หลง ไม่รู้จริง ฯ
๑๑.
ไตรลักษณ์ ได้แก่อะไรบ้าง ?
ต/
๑. อนิจจตา ความไม่เที่ยง
๒. ทุกขตา ความเป็นทุกข์
๓. อนัตตตา ความเป็นของไม่ใช่ตน ฯ
๑๒.
ที่ตั้งแห่งการบำเพ็ญบุญ เรียกว่าอะไร ? โดยย่อมีอะไรบ้าง ฯ
ต/
เรียกว่า บุญกิริยาวัตถุ ฯ โดยย่อมี ๓ คือ
๑. ทานมัย บุญสําเร็จด้วยการบริจาคทาน
๒. สีลมัย บุญสําเร็จด้วยการรักษาศีล
๓. ภาวนามัย บุญสําเร็จด้วยการเจริญภาวนา ฯ
๑๓.
คุณธรรมเป็นเครื่องอยู่ของท่านผู้ใหญ่ มีอะไรบ้าง ?
ต/
๑. เมตตา ความรักปราถนาจะให้อยู่เป็นสุข
๒. กรุณา ความสงสาร คิดจะช่วยให้พ้นทุกข์
๓. มุทิตา ความพลอยยินดี เมื่อผู้อื่นได้ดี
๔. อุเบกขา ความวางเฉย ไม่ดีใจไม่เสียใจเมื่อผู้อื่นถึงความวิบัติ
๑๔.
ธาตุ ๔ มีอะไรบ้าง ? ความร้อนและฟัน จัดเป็นธาตุอะไร ?
ต/
มี ธาตุดิน ธาตุน้ำ ธาตุไฟ ธาตุลม ฯ
ความร้อนจัดเป็นธาตุไฟ ฟันจัดเป็นธาตุดิน ฯ
๑๕.
อริยสัจ ๔ มีอะไรบ้าง ? ความไม่สบายกายไม่สบายใจ จัดเป็นอริยสัจข้อไหน ?
ต/
มี ๑. ทุกข์ ๒. สมุทัย ๓. นิโรธ ๔. มรรค ฯ
ความไม่สบายกายไม่สบายใจจัดเป็นทุกข์ ฯ
๑๖.
อันตรายของพระภิกษุสามเณรผู้บวชใหม่ มี ๔ อย่าง คืออะไรบ้าง ?
ต/
๑. อดทนต่อคำสอนไม่ได้ คือเบื่อหน่ายต่อคำสั่งสอน ขี้เกียจทำตาม
๒. เป็นคนเห็นแก่ปากแก่ท้อง
๓. เพลิดเพลินในกามคุณ ทะยานอยากได้สุขยิ่ง ๆ ขึ้นไป
๔. รักผู้หญิง ฯ
๑๗.
ธรรมเครื่องให้สำเร็จตามความประสงค์ คืออะไร ? มีอะไรบ้าง ?
ต/
คือ อิทธิบาท ๔ ฯ มี
๑. ฉันทะ พอใจรักใคร่ในสิ่งนั้น
๒. วิริยะ เพียรประกอบสิ่งนั้น
๓. จิตตะ เอาใจฝักใฝ่ในสิ่งนั้นไม่วางธุระ
๔. วิมังสา หมั่นตริตรองพิจารณาเหตุผลในสิ่งนั้น ฯ
๑๘.
การจะเรียนหนังสือให้ได้ผลดี จะนำอิทธิบาทมาใช้อย่างไร ? จงอธิบาย
ต/
ในเบื้องต้น ต้องสร้างฉันทะ คือความพอใจในการศึกษาเล่าเรียนก่อน เมื่อมีความพอใจ จะเป็นเหตุให้ขยันศึกษาหาความรู้ที่เรียกว่าวิริยะ และเกิดความใฝ่ใจใคร่รู้สิ่งต่างๆ มากขึ้นที่เรียกว่าจิตตะ และเมื่อเรียนรู้แล้วก็ต้องนำความรู้นั้นมาใคร่ครวญพิจารณาให้ เข้าใจเหตุและผลอย่างถูกต้องที่เรียกว่าวิมังสา ดั่งนี้ก็จะประสบผลสำเร็จในการศึกษาเล่าเรียนได้ ฯ
๑๙.
ขันธ์ ๕ ได้แก่อะไรบ้าง ? สังขารขันธ์จัดเป็นรูปหรือนาม ?
ต/
ขันธ์ ๕ ได้แก่ รูป เวทนา สัญญา สังขาร และวิญญาณ ฯ
สังขารขันธ์จัดเป็นนาม ฯ
๒๐.
กายกับใจของเรานี้ แบ่งออกเป็นกี่กอง ? อะไรบ้าง ?
ต/
แบ่งออกเป็น ๕ กอง ฯ
คือ ๑. กองรูป ๒. กองเวทนา ๓. กองสัญญา ๔. กองสังขาร ๕. กองวิญญาณ ฯ
๒๑.
กรรมอันเป็นบาปหนักที่สุด เรียกว่าอะไร ? มีอะไรบ้าง ?
ต/
เรียกว่า อนันตริยกรรม ฯ
๑. มาตุฆาต ฆ่ามารดา
๒. ปิตุฆาต ฆ่าบิดา
๓. อรหันตฆาต ฆ่าพระอรหันต์
๔. โลหิตุปบาท ทำร้ายพระพุทธเจ้าจนถึงยังพระโลหิตให้ห้อขึ้นไป
๕. สังฆเภท ยังสงฆ์ให้แตกจากกัน ฯ
๒๒.
ธรรมอันเป็นเครื่องกั้นจิตไม่ให้บรรลุความดี คืออะไร ? มีอะไรบ้าง ?
ต/
คือ นิวรณ์ ๕ ฯ มี
๑. กามฉันท์ พอใจรักใคร่ในอารมณ์ที่ชอบใจ มีรูป เป็นต้น
๒. พยาบาท คิดปองร้ายผู้อื่น
๓. ถีนมิทธะ ความที่จิตหดหู่และเคลิบเคลิ้ม
๔. อุทธัจจกุกกุจจะ ความฟุ้งซ่านและรำคาญ
๕. วิจิกิจฉา ความลังเลไม่ตกลงใจ ฯ
๒๓.
สิ่งที่พระพุทธเจ้าทรงให้พิจารณาเนืองๆ มีอะไรบ้าง ? ทรงให้พิจารณาอย่างไร ?
ต/
มี ความแก่ ความเจ็บไข้ ความตาย ความพลัดพราก และกรรม ฯ
ทรงสอนให้พิจารณาว่า
๑. เรามีความแก่เป็นธรรมดา ไม่ล่วงพ้นความแก่ไปได้
๒. เรามีความเจ็บไข้เป็นธรรมดา ไม่ล่วงพ้นความเจ็บไข้ไปได้
๓. เรามีความตายเป็นธรรมดา ไม่ล่วงพ้นความตายไปได้
๔. เราจะต้องพลัดพรากจากของรัก ของชอบใจทั้งสิ้น
๕. เรามีกรรมเป็นของตัวเรา ทำดีจักได้ดีทำชั่วจักได้ชั่ว ฯ
๒๔.
อายตนะภายนอก ๖ ได้แก่อะไรบ้าง ?
ต/
ได้แก่ รูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ อารมณ์ที่มาถูกต้องกาย ธรรม คืออารมณ์ ที่เกิดกับใจ ฯ
๒๕.
โลกธรรม ธรรมที่ครอบงำสัตว์โลก ๘ อย่างนั้น มีอะไรบ้าง ?
ต/
มี ลาภ ๑ เสื่อมลาภ ๑ มียศ ๑ เสื่อมยศ ๑ นินทา ๑ สรรเสริญ ๑ สุข ๑ ทุกข์ ๑ ฯ
๒๖.
เมื่อโลกธรรม ๘ เกิดขึ้นแก่ตน ควรพิจารณาอย่างไร ?
ต/
คือ ควรพิจารณาว่า สิ่งนี้เกิดขึ้นแล้วแก่เรา ก็สักแต่ว่าเกิดขึ้นไม่เที่ยง เป็นทุกข์ มีความแปรปรวนเป็นธรรมดา เมื่อพิจารณาเห็นแล้วก็อย่ายินดีในส่วนที่น่าปรารถนา และอย่ายินร้ายในส่วนที่ไม่น่าปรารถนา ฯ
๒๗.
คำว่า เจรจาชอบ ในมรรคมีองค์ ๘ นั้น คือ เจรจาอย่างไร ?
ต/
คือ เว้นจากพูดเท็จ เว้นจากพูดส่อเสียด เว้นจากพูดคำหยาบ และเว้นจากพูดเพ้อเจ้อ ฯ
๒๘.
สัมมากัมมันตะ ทำการงานชอบ คือทำอย่างไร ?
ต/
คือ ทำโดยเว้นจากกายทุจริต ๓ ได้แก่
เว้นจากการฆ่าสัตว์ เว้นจากการลักทรัพย์ เว้นจากการประพฤติผิดในกาม ฯ
๒๙.
มละ คืออะไร ? ศิษย์ได้ดีแล้วทำมึนตึงกับอาจารย์จัดเข้าในมละอย่างไหน และควรชำระมละอย่างนั้นด้วยธรรมอะไร ?
ต/
มละ คือมลทิน ฯ
จัดเข้าในมักขะลบหลู่คุณท่าน และควรชำระด้วยกตัญญูกตเวทิตา ความรู้คุณท่านแล้วตอบแทน ฯ
๓๐.
ศีลที่คฤหัสถ์ควรศึกษาเป็นนิตย์ คือศีลอะไร ? ได้แก่อะไรบ้าง ?
ต/
คือ ศีล ๕ ฯ ได้แก่
๑. เว้นจากทำชีวิตสัตว์ให้ตกล่วงไป
๒. เว้นจากถือเอาสิ่งของที่เจ้าของไม่ได้ให้ด้วยอาการแห่งขโมย
๓. เว้นจากประพฤติผิดในกาม
๔. เว้นจากพูดเท็จ
๕. เว้นจากดื่มน้ำเมาคือสุราและเมรัยอันเป็นที่ตั้งแห่งความประมาท ฯ
๓๑.
มิตรแท้ที่ควรคบ ๔ ประเภท มีอะไรบ้าง ?
ต/
มิตรแท้ ๔ ประเภท มี
๑. มิตรมีอุปการะ
๒. มิตรร่วมสุขร่วมทุกข์
๓. มิตรแนะนำประโยชน์
๔. มิตรมีความรักใคร่ ฯ
๓๒.
บุตรธิดาพึงปฏิบัติต่อมารดาบิดาอย่างไร ?
ต/
พึงปฏิบัติต่อท่านอย่างนี้ คือ
๑. ท่านได้เลี้ยงมาแล้ว เลี้ยงท่านตอบแทน
๒. ทำกิจของท่าน
๓. ดำรงวงศ์สกุล
๔. ประพฤติตนให้เป็นคนควรรับทรัพย์มรดก
๕. เมื่อท่านล่วงลับไปแล้ว ทำบุญอุทิศให้ท่าน ฯ
๓๓.
สังคหวัตถุ ๔ มีอะไรบ้าง ?
ต/
สังคหวัตถุ ๔ ฯ มี
๑. ทาน ให้ปันสิ่งของของตนแก่ผู้อื่นที่ควรให้ปัน
๒. ปิยวาจา เจรจาวาจาที่อ่อนหวาน
๓. อัตถจริยา ประพฤติสิ่งที่เป็นประโยชน์แก่ผู้อื่น
๔. สมานัตตตา ความเป็นคนมีตนเสมอไม่ถือตัว ฯ
๓๔.
อบายมุข ๔ มีอะไรบ้าง ?
ต/
อบายมุข ๔ มี
๑. ความเป็นนักเลงหญิง
๒. ความเป็นนักเลงสุรา
๓. ความเป็นนักเลงการพนัน
๔. ความคบคนชั่วเป็นมิตร ฯ
๓๕.
ฆราวาสผู้ครองเรือนควรตั้งอยู่ในธรรมข้อใดบ้าง ?
ต/
ควรตั้งอยู่ในฆราวาสธรรม ๔ คือ
๑. สัจจะ สัตย์ซื่อต่อกัน
๒. ทมะ รู้จักข่มจิตของตน
๓. ขันติ อดทน
๔. จาคะ สละให้ปันสิ่งของของตนแก่คนที่ควรให้ปัน ฯ
{fullWidth}